การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยในธุรกิจประกันและประกันชีวิต เนื่องจากมีการเผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและลูกค้าได้ ในบทความนี้เราจะพูดถึงแนวทางการวางแผนการจัดการความเสี่ยงในธุรกิจประกันและประกันชีวิต โดยเน้นการป้องกันและเฝ้าระวังพฤติกรรมที่เป็นไปได้ที่มีความเสี่ยงในการฉ้อฉล โดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีและกลยุทธ์องค์กรอย่างเหมาะสม
กลยุทธ์องค์กรเพื่อการป้องกันการฉ้อฉล
การที่องค์กรมีกลยุทธ์ที่เข้มแข็งและเป็นระบบในการป้องกันการฉ้อฉลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความไว้วางใจของลูกค้าให้มั่นใจได้ด้วย
สร้างนโยบายและขั้นตอนการดำเนินงานชัดเจน: การสร้างนโยบายและขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบของพวกเขาในการป้องกันการฉ้อฉล
การฝึกอบรมและการแบ่งปันข้อมูล: การฝึกอบรมเป็นประจำเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการรับรู้ในการป้องกันการฉ้อฉล การสร้างการแบ่งปันข้อมูลและความรู้ระหว่างแผนก หรือ ข้อมูลระหว่างบริษัท เพื่อช่วยในการตรวจจับและป้องกันการฉ้อฉล
กรณีศึกษา: การปลอมแปลงการเรียกร้องเงินสินไหมในประกันรถยนต์
เหตุการณ์: บริษัทประกันรถยนต์ XYZ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าที่เคลมการชดเชยเนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถของเขา ลูกค้ากล่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บและขอรับการชดเชยตามกรมธรรม์
การสืบค้น: หลังจากการสอบสวนพบว่ามีความคล้ายคลึงในรายละเอียดของเหตุการณ์กับเคสอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งอาจเป็นเคสที่ถูกปลอมแปลงเพื่อขอรับเงินสินไหมโดยไม่มีเหตุผลที่เป็นธรรม
ผลกระทบ: บริษัทประกันรถยนต์ XYZ ต้องจ่ายเงินสินไหมให้กับเคสที่อาจเป็นการปลอมแปลง ทำให้เกิดความเสียหายทางการเงินและความเชื่อมั่นในระบบประกันภัย
การแก้ไข:
ตรวจสอบและพิจารณาเคสแต่ละเคสอย่างรอบคอบเพื่อตรวจจับความผิดปกติและการปลอมแปลง
จัดทีมสืบสวนเพื่อระบุและจับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเหล่านี้
ปรับปรุงกระบวนการเรียกร้องเงินสินไหมเพื่อป้องกันการปลอมแปลงในอนาคต
การป้องกัน:
- การใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบและติดตามรูปแบบและแนวโน้มของการเรียกร้องเงินสินไหม
- การเสริมสร้างระบบความปลอดภัยและการควบคุมที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลและเอกสารที่ไม่เหมาะสม
- การฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจและรับรู้ถึงการปลอมแปลงและความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนการชดเชย
การเรียนรู้: เหตุการณ์นี้เน้นความสำคัญของการตรวจสอบและตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนการชดเชย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการตรวจสอบและตรวจจับการปลอมแปลงในข้อมูลของลูกค้า
กรณีศึกษา: การฉ้อโกงของตัวแทนและโบรกเกอร์ในการขายกรมธรรม์ประกัน
เหตุการณ์: บริษัทประกัน XYZ ได้รับรายงานจากลูกค้าว่ามีปัญหาในกรมธรรม์ประกันของเขาที่ไม่ตรงกับสิทธิประโยชน์ที่เขาคาดหวัง ตรวจสอบพบว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์
การสืบค้น: หลังจากการสืบสวนพบว่ามีตัวแทนหรือโบรกเกอร์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการขายกรมธรรม์ที่มีความผิดปกติ เครื่องมือเทคโนโลยีและการตรวจสอบได้ถูกใช้เพื่อตรวจจับการปลอมแปลงและความผิดปกติ
ผลกระทบ: ลูกค้ามีความสงสัยและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของบริษัทประกัน ทำให้เสียความเชื่อถือและมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และธุรกิจของบริษัท
การแก้ไข:
- ยกเลิกกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงและชดเชยลูกค้าตามเงื่อนไข
- ยุติความสัมพันธ์กับตัวแทนหรือโบรกเกอร์ที่เกี่ยวข้องและดำเนินการทางกฎหมายต่อตัวพวกเขา
- ปรับปรุงกระบวนการการขายและตรวจสอบกรมธรรม์เพื่อป้องกันการฉ้อโกงในอนาคต
การป้องกัน:
- การตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของตัวแทนและโบรกเกอร์ก่อนที่จะมอบหมายให้พวกเขาทำงานในชื่อของบริษัท
- การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบข้อมูลและเอกสารเพื่อตรวจจับการปลอมแปลงและความผิดปกติ
- การสร้างนโยบายและขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการปลอมแปลงและการทุจริตในกระบวนการขายกรมธรรม์
การเรียนรู้: เหตุการณ์นี้เน้นความสำคัญของการตรวจสอบ และตรวจสอบพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการขายกรมธรรม์ เพื่อป้องกันความผิดปกติและการฉ้อโกงในธุรกิจประกัน
การเฝ้าระวังและป้องกันการฉ้อฉลด้วยเครื่องมือเทคโนโลยี
หลังจากที่บริษัทได้วางกลยุทธ์ในบริษัทแล้ว การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีในการป้องกันการฉ้อฉลเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน โดยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจะมีคุณสมบัติการทำงานที่ สามารถช่วยในกระบวนการการทำงานของลูกค้าได้ เช่น
Historical Data Analytics: การใช้ Data Analytics เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการทำกิจกรรม หรือ ดำเนินการธุรกรรมของผู้ใช้งานเพื่อค้นหาแนวโน้มของการฉ้อฉลและตรวจจับความผิดปกติได้ในทุกๆรายการ (Customer Behavior Profile Analysis)
Detection & Prevention Capabilities: มีการใช้เครื่องวิเคราะห์แบบ Hybrid ที่ใช้วิธีการตรวจจับหลายชั้น (multilayered detection methods) เพื่อค้นหาการฉ้อโกงในระดับรายการเรื่องประกันหรือธุรกิจใหม่, ระดับของมูลค่าแต่ละบุคคล (ลูกค้า, ที่อยู่, เป็นต้น) และ/หรือระดับของเครือข่าย
Case Management: มีเครื่องมือในการจัดกลุ่มข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนในแต่ละเรื่อง (Case Investigation) โดยคุณสามารถเชื่อมโยงรายการต่างๆ กับการสอบสวนหรือการแจ้งเตือนไปผู้เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการให้คะแนน (Scoring) ได้
Machine Learning & Analytics: การใช้อัลกอริทึมเรียนรู้และการวิเคราะห์ มาพยากรณ์ในด้านการทำ False-Positive & Rule Tuning ช่วยให้บริษัทประกันสามารถตรวจจับและพยากรณ์พฤติกรรมที่เป็นไปได้ของการฉ้อฉลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุป
การจัดการความเสี่ยงและการป้องกันการฉ้อฉลในธุรกิจประกันและประกันชีวิตเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความเชื่อถือของลูกค้าและความเชื่อมั่นในองค์กร โดยการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีและกลยุทธ์องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฉ้อฉลได้ และการร่วมมือกันของบุคลากรอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเดียวกันยังคงเป็นแนวดำเนินการสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้ดีที่สุด
จากข้อมูลที่กล่าวมา หากคุณกำลังมีปัญหาหรือสนใจเรื่องการป้องกันฉ้อฉลในธุรกิจของคุณ สามารถปรึกษาแนวทางการทำ Fraud Solution กับทีมงานที่มีประสบการณ์จาก Magic Software Thailand หรือมาทดลองใช้ระบบ FAAST (Fraud Analytic & Automated Solution Technology) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายจากการฉ้อโกงได้
เขียนโดย : Kritsakorn
วันที่เผยแพร่ : 10 เม.ย. 2567